Featured Post

กลยุทธ์สำหรับการเปิดร

กลยุทธ์ที่จำเป็นสำหรับการเปิดร้านออนไลน์ สินค้าที่นำมาขายจะต้องมีความน่าสนใจ และมีจำนวนมากพอ เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาเลือกชมหรือเลือกซื้อสินค้า...

อ่านต่อ

ข้อดี ข้อเสีย ของ Opensource

Posted by suthamas | Posted in Opensource | Posted on 04-08-2009

0

ข้อดี ข้อเสีย ของ Opensource ที่เลือกมานั้นเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น สำหรับ Opensource อื่น ๆ ยังมีอีกหลายตัวค่ะ ซึ่ง โฮสติ้งของเราก็สามารถรองรับการนำซอฟท์แวร์ ประเภท OpenSource มาใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ สนใจอ่านรายละเอียด เว็บโฮสติ้ง ต่อไปเรามาดูตัวอย่างของ Opensource ที่เลือกมานะคะ

Drupal

  • Pro
    • ใช้ง่าย เข้าใจได้ทันที ทรงพลัง ปรับแต่งได้เยอะ แต่ไม่รกจนเกินไป
    • module มีคุณภาพ
    • URL สวย ตั้งเองได้
  • Con
    • การติดตั้ง module ยังเป็น manual ต้อง import sql กันเอง
    • module มักอัพเดตตาม core ไม่ทัน
    • module หลายตัวพอร์ตจาก WordPress ต้องรอเวลาในการพอร์ต
    • module หลายตัวสนับสนุนแต่ MySQL ถ้าจะใช้ Postgres คงลำบาก
    • หน้า admin รวมกับหน้าปกติ ไม่แยกขาดจากกัน (มี module ช่วย)
    • การวาง layout ของ block ต่างๆ ยังปรับได้ไม่มาก
    • ไม่ค่อย integrate กับโปรแกรมอื่นๆ เช่น phpBB ต้องใช้ module ของตัวเอง
    • ขาดเรื่อง version control
  • สรุป
    • เหมาะสำหรับ Site ทั่วไปหรือ Blog (แบบบล็อกนี้หรือ Blognone)
    • admin ที่มีความรู้ทางเทคนิคพอสมควร เขียน PHP ได้บ้างจะชอบ Drupal มากกว่า Mambo

Mambo/Joomla

  • Pro
    • ติดตั้ง module ได้จาก web interface โดยตรง
    • module, template (หมายถึง theme ในตัวอื่น) มีเยอะ มีคุณภาพ มี commercial module หลายตัว
    • integrate กับชาวบ้านได้ดีกว่า Drupal
    • คนไทยใช้เยอะ หนังสือมี เอกสารหาง่าย
  • Con
    • กด Back ใน Browser ไม่ได้ ออกแบบมาให้เหมือน application คือใช้ปุ่ม Back/Cancel ของ Mambo เท่านั้น
    • URL ไม่สวย แต่สามารถติดตั้ง โมดูลเพื่อแก้ไขเองได้
    • ระบบ i18n ไม่ดี message ฝังในโค้ด
  • สรุป
    • เหมาะสำหรับ Site องค์กร
    • admin ที่มาจากสาย webmaster จะชอบ Mambo มากกว่า Drupal

ขั้นตอนการ upgrade drupal module

Posted by suthamas | Posted in Drupal | Posted on 03-08-2009

0

8 ขั้นตอนในการ upgrade drupal module

เป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่บางทีก็ทำให้งงได้เหมือนกัน ว่าต้องทำอะไรบ้าง เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าขั้นตอนแต่ละขั้นตอนต้องทำอย่างไร

  1. ดูว่า module ไหนหมดอายุที่ http://example.com/admin/reports/status พวกที่หมดอายุจะขึ้นสี เหลืองๆ แดงๆ
  2. ดาวน์โหลด module ใหม่
  3. unzip module
  4. disable module เหล่านั้น
  5. ลบ module เหล่านั้นทิ้งไป
  6. วาง module ที่พึ่ง unzip เข้าไปแทน
  7. Enable module คืนมา
  8. Run update.php เพื่อที่จะ update database (ไปที่ http://example.com/update.php)

แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว และก่อนทำให้ set site เป็น offline ก่อนก็ดี หรือถ้ากลัวก็ให้ backup table ที่เกี่ยวข้องไว้ก่อนก็ได้ ดูได้จาก module_name.install จะอยู่ใน method module_name_schema()  หรือถ้าไม่แน่ใจจริงๆก็ backup มันทั้งหมดเลย



Advertise Here