Posted by suthamas | Posted in E-Commerce | Posted on 04-11-2009
0
องค์ประกอบในการสร้าง Website ที่สามารถดำเนินธุรกิจได้จริงบนตลาด Internet จะต้องมีองค์ประกอบอย่างน้อย ดังนี้
- กำหนดกลุ่มผลิตภัณฑ์/บริการขององค์กรให้ชัดเจน (Grouping)
- กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนว่า ต้องการให้กลุ่มเป้าหมายใด
- กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนว่า ต้องการอะไรจากการลงทุนทำ Website
- กำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด Online
- กำหนดโครงสร้างของ Website ให้ชัดเจน
- กำหนดข้อมูลที่อยู่ภายใน Website ทั้งหมด (Site Concept & Contents)
- กำหนดทิศทางและแนวทางการออกแบบของ Website
- กำหนดโปรแกรมที่นำเข้ามาใช้สร้าง Website ให้ชัดเจน (Developer Tools)
ที่มา : ismed.or.th
Posted by suthamas | Posted in E-Commerce | Posted on 03-11-2009
0
รูปแบบของการทำเว็บไซต์ E-Commerce มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับความต้องการและรูปแบบในการทำ ของแต่ละเว็บว่าจะมีรูปแบบเป็นอย่างไร
1. การประกาศซื้อ-ขาย (E-Classified)
เป็น รูปแบบเว็บไซต์ E-Commerce ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจประกาศความต้องการ ซื้อ-ขาย สินค้าของตนได้ภายในเว็บไซต์ โดยเว็บไซต์จะทำหน้าที่เหมือนกระดานข่าวและตัวกลางในการแสดงข้อมูลสินค้า ต่างๆ
2. เว็บไซต์แคตตาล็อกสินค้าออนไลน์ (Online Catalog Web Site)
เป็นรูปแบบ จัดทำเว็บไซต์ E-Commerce ในรูปแบบแคตตาล็อกออนไลน์ ที่มีรูปภาพและรายละเอียด สินค้าพร้อมที่อยู่เบอร์โทรติดต่อ ไม่มีระบบการชำระเงินผ่านทางเว็บไซต์ หรือระบบช้อปปิ้งการ์ด (ตะกร้าสินค้าออนไลน์)
3. ร้านค้าออนไลน์ (E-Shop Web Site)
เป็นรูปแบบเว็บไซต์ E-Commerce สมบูรณ์แบบ ที่มีทั้งระบบการจัดการสินค้า ระบบตะกร้าสินค้า (Shopping Cart) ระบบการชำระเงิน รวมถึงการขนส่งสินค้า ครบสมบูรณ์แบบ ทำให้ผู้ซื้อสามารถสั่งซื้อสินค้าและทำการชำระเงินผ่านเว็บไซต์ได้ทันที
4.การประมูลสินค้า (Auction)
เป็นเว็บไซ ต์ E-Commerce ที่มีรูปแบบของการนำสินค้าไปประมูลขายกัน โดยจะเป็นการแข่งขันใน การเสนอราคาสินค้า หากผู้ใดเสนอราคาสินค้าได้สูงสุดในช่วงเวลาที่กำหนด ก็จะชนะการประมูลและสามารถซื้อสินค้าชิ้นนั้นไปได้ ด้วยราคาที่ได้กำหนดไว้
5.ตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Marketplace)
เป็นเว็บไซต์ E-Commerce ที่มีรูปแบบเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ โดยภายในเว็บไซต์จะมีการรวบรวมเว็บไซต์ของร้านค้าและบริษัทต่างๆ มากมาย โดยมีการแบ่งหมวดหมู่ของสินค้าเอาไว้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าไป ดูสินค้าภายในร้านค้าต่างๆ ภายในตลาดได้อย่างง่ายดายและสะดวก
ที่มา:pawoot.com
Posted by suthamas | Posted in Opensource | Posted on 30-10-2009
0
นิยามของซอฟต์แวร์ Open Source
องค์กรอิสระ Open Source Initiative (OSI) ได้นิยามซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สไว้ดังนี้
- อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ได้อย่างเสรี (Free Redistribution)
- ให้มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ต้นฉบับ (Source Code)
- อนุญาตให้สร้างซอฟต์แวร์ใหม่โดยต่อยอดจากซอฟต์แวร์ต้นฉบับ (Derived Works)
- ต้องไม่แบ่งแยกผู้พัฒนาออกจากซอฟต์แวร์ต้นฉบับ (Integrity of the Author”s Source Code)
- จะต้องไม่เลือกปฏิบัติเพื่อกีดกันบุคคล หรือกลุ่มบุคคล (No Discrimination Against Persons or Groups)
- จะต้องไม่จำกัดการใช้เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น (No Discrimination Against Field of Endeavor)
- การเผยแพร่ไลเซนต์ (Distribution of License)
- ไลเซนต์ของซอฟต์แวร์จะต้องไม่ขึ้นกับไลเซนต์ของผลิตภัณฑ์ (License Must Not be Specific to a Product)
- ไลเซนต์ของซอฟต์แวร์จะต้องไม่จำกัดไลเซนต์ของซอฟต์แวร์อื่น (License Must Not Restrict Other Software)
- ไลเซนต์จะต้องไม่ผูกติดกับเทคโนโลยี (License Must Be Technology-Neatral)
เอกสารอ้างอิง: The Open Source Initiative (OSI). The Open Source Definition.
Posted by suthamas | Posted in E-Marketing | Posted on 21-10-2009
0
มาดูข้อดีของการทำ E-mail Marketing กันดีกว่าค่ะ ว่าจริง ๆ แล้วการทำ E-mail Marketing มีข้อดีอย่างไร
- เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน (Direc Target)
- เพิ่มชื่อเสียงให้กับสินค้า (Brand Awareness)
- การสร้างฐานข้อมูลลูกค้าใหม่ไม่รู้จบ (Build Expected Customer)
- สามารถรักษาฐานลูกค้าของเราได้อย่างสม่ำเสมอ (Keep Customer)
- ต้นทุนต่ำ (Low Cost)
- ผลตอบแทนสูง (Highly Effective)
- สร้างการบอกต่อ (Viral Marketing)
- สะดวกรวดเร็ว (Fast & Easy)
Posted by suthamas | Posted in E-Marketing | Posted on 20-10-2009
0
Real Estate คือธุระกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ใครหลาย ๆ คนใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของ โดยมีสินทรัพย์ (Asset) เป็นบ้าน ที่ดิน ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งทีทมีมูลค่าสูงมาก แต่สำหรับในโลก Cyber Estate แล้ว สิ่งที่เป็นสินทรัพย์ (Asset) ที่มีมูลค่ามากที่สุด ก็คือรายชื่อ E-Mail ลูกค้า หรือ Mailing List นั่นเอง
E-mail Marketing คือ การทำโฆษณาผลิตภัณฑ์สินค้าอละการบริการผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
การทำ E-mail Marketing เกิดจากผู้รับสนใจสินค้าหรือบริการจากผู้ขาย แล้วมาลงทะเบียนชื่อ e-mail เอาไว้ แต่การทำ Spam Mail ส่วนใหญ่เกิดจากการไปซื้อรายชื่อ อีเมล์ ของผู้อื่นแล้วมาจัดทำเป็น E-mail Selling ซึ่งการลงทะเบีนชื่อ e-mail ไว้ที่หน้าเว็บไซต์นั้น แบ่งออกเป็น Opt-in, Opt-out และ Double Opt-in
ที่มา : หนังสือ e-commerce
Posted by suthamas | Posted in Joomla | Posted on 19-10-2009
0
Joomla เป็นโปรแกรม open source ที่เป็นระบบบริหารจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ (Web Content Management Systems: CMS) ซึ่งถูกพัฒนาด้วย PHP และใช้ฐานข้อมูลของ MySQL ในการเก็บข้อมูล มีเทคนิคการเขียนโปรแกรมขั้นสูงภายใต้มาตรฐาน XHTML สามารถทำงานได้หลายแพลตฟอร์มที่รองรับ PHP และ mySQL
ทั้งนี้ Joomla! ได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทีมพัฒนาที่มีอยู่ทั่วโลก ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยระยะเริ่มต้น Joomla! ได้มุ่งเน้นเพื่อใช้ในการพัฒนา Coporate Website หรือเว็บไซต์ของบริษัทและองค์กรต่างๆ รวมไปถึงเว็บ Intranet ภายในหน่วยงาน
โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความสวยงามของรูปแบบที่ดูเป็นสากล รวมถึงความง่ายต่อการใช้งานของทั้งผู้พัฒนาและผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างจาก CMS ทั่วไป ตรงที่คุณสามารถออกแบบและสร้างหน้าตาของเว็บไซต์ (Template) ได้ตามต้องการ
Posted by suthamas | Posted in Programming | Posted on 02-10-2009
0
การจัด Layout ด้วย CSS (Div) แบ่งเป็น 4 แบบ คือ
1. Fixed Layout
จะกำหนดขนาดความกว้าง และตำแหน่งของส่วนต่างๆ เป็น pixel ทำให้กำหนดขนาด และตำแหน่งของส่วนต่างๆ ได้ตามต้องการ ไม่ผิดเพี้ยนไปตามขนาดหน้าจอ และเมื่อย่อขยายหน้าต่างเว็บเบราเซอร์ (IE, Firefox) แล้ว ตำแหน่งของส่วนต่างๆในหน้าเว็บจะยังคงเดิม ถ้าเราย่อขนาดเบราเซอร์ลงจะเกิดเป็น scrollbar เพื่อเลื่อนดูเนื้อหาที่มองไม่เห็น แต่มีข้อเสียคือไม่สามารถใช้พื้นที่หน้าจอได้อย่างเต็มที่
2. Liquid Layout
จะกำหนดขนาดความกว้างของส่วนต่างๆ เป็นเปอร์เซ็นต์ เมื่อเราย่อหรือขยายขนาดของเว็บเบราเซอร์ ขนาดของส่วนต่างๆ จะย่อขยายตาม
ข้อดี คือ ทำให้ได้ใช้พื้นที่ในหน้าจอได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้แสดงผลบนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น มือถือ ได้ดี
ข้อเสีย คือ การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ นั้นทำได้ค่อนข้างยาก เพราะขนาดไม่แน่นอน
3. Elastic Layout
จะกำหนดขนาดของส่วนต่าง ๆ เป็น em ทำให้ส่วนต่างๆ ย่อหรือขยาย ตามการกำหนดค่า Text size ของเบราเซอร์
ข้อดี คือ เมื่อเพิ่มหรือลดขนาดของตัวอักษรแล้ว ยังสามารถคงรูปแบบการจัดวางส่วนต่างๆ ไว้ได้อย่างดี
ข้อเสีย คือ การจัดทำยุ่งยาก
4. Hybrid Layout
เป็นการใช้แบบต่างๆ มาผสมกัน เช่น Sidebar ด้านข้าง ทั้ง 2 ด้านเป็น Elastic Layout ส่วนเนื้อหาเป็น Liquid Layout เป็นต้น
Posted by suthamas | Posted in Ajax | Posted on 29-09-2009
0
ปัญหาการใช้งานเกี่ยวกับปุ่ม “ย้อนกลับ”
เนื่องจากว่าเทคนิค เอแจ็กซ์นั้นทำงานในฉากหลัง และไม่ได้เรียกหน้าใหม่ ทำให้เวลาใช้ปุ่ม “ย้อนกลับ” (back) ในเว็บเบราว์เซอร์ อาจจะไม่ได้หน้าที่ควรจะเป็น ผู้พัฒนานั้น ได้คิดค้นวิธีการแก้ไขปัญหานี้หลากหลายรูปแบบด้วยกัน หนึ่งในวิธีที่ใช้แก้ไขปัญหานี้อย่างแพร่หลายคือการใส่ IFRAME ที่มองไม่เห็นเพื่อสั่งให้เว็บเบราว์เซอร์เปลี่ยนแปลงรายการหน้าของปุ่มก่อน หน้านี้
ปัญหาในการคั่นหน้า
เนื่องจากว่าข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องโหลดหน้าใหม่นั้น ทำให้ยากต่อการที่จะคั่นหน้าใน สถานะปัจจุบันที่ต้องการ เนื่องจากถือว่าเป็นหน้าเดียวกัน. อย่างไรก็ตาม นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้คิดค้นวิธีการแก้ไขปัญหานี้ โดยการใส่ ชิ้นส่วนตัวแปร (fragment identifier) ใส่ในส่วนของURL ตามหลังเครื่องหมาย ‘#’ เพื่อใช้ในการระบุสถานะของเว็บแอปพลิเคชัน สาเหตุที่ใช้วิธีนี้ได้นั้นเนื่องจากว่าจาวาสคริปต์นั้นสามารถเปลี่ยนชิ้น ส่วนตัวแปรนี้ได้โดยไม่ต้องโหลดหน้าใหม่. อย่างไรก็ตามวิธีแก้ไขปัญหานี้ไม่ใช่วิธีที่สมบูรณ์แบบ
เวลาที่ใช้ในการรับส่งข้อมูล
เนื่องจากว่าผู้ใช้อาจจะรู้สึกถึงความล่าช้าได้ ซึ่งในหลายกรณีผู้ใช้อาจจะไม่เข้าใจถึงสาเหตุ. ความล่าช้าในเทคนิค เอแจ็กซ์นั้นจะเห็นได้ชัดกว่าการโหลดหน้าใหม่ทั้งหน้า เนื่องจากเวลาโหลดทั้งหน้าใหม่นั้น สายตาจะได้รับข้อมูลการปรับเปลี่ยน ทำให้ผู้ใช้รับทราบว่าหน้ากำลังโหลดอยู่ ประเด็นนี้จึงเป็นปัจจัยที่ผู้พัฒนาควรที่จะคำนึงถึงระหว่างการออกแบบเว็บแอพลิเคชัน โดยผู้พัฒนาส่วนใหญ่นั้น ได้แก้ไขปัญหานี้โดยใช้รูปภาพแสดงว่าข้อมูลส่วนดังกล่าวกำลังโหลดอยู่ในฉาก หลัง เพื่อลดความรู้สึกดังกล่าว
ปัญหาความเข้ากันได้กับเสิร์ชเอนจิน
ผู้พัฒนายังต้องคำนึงการออกแบบ ที่จะให้เสิร์ชเอนจินต่างๆ นั้นสามารถอ่านและจัดทำดัชนีได้. ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเว็บแอปพลิเคชันที่ใช้เทคนิค เอแจ็กซ์เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นกับเว็บที่ดึงข้อมูลหน้าใหม่ทั้งหมดจากการตอบรับ เช่น กดปุ่ม เป็นต้น
ความน่าเชื่อถือของจาวาสคริปต์
เนื่องจากว่าเอแจ็กซ์ใช้จาวาสคริปต์ ซึ่งจาวาสคริปต์นั้นอาจทำงานแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเว็บเบราว์เซอร์หรือรุ่น ของเว็บเบราว์เซอร์นั้นๆ และหากต้องการให้เข้ากันได้ในหลายเว็บเบราว์เซอร์ อาจต้องการการทดสอบและตรวจสอบความเข้ากันได้บนเบราว์เซอร์ต่างๆ ซึ่งบางครั้งอาจจำเป็นที่จะต้องเขียนโค้ดแยกเช่นบางส่วนสำหรับไออี และอีกส่วนสำหรับไฟร์ฟอกซ์เป็นต้น
Posted by suthamas | Posted in Ajax | Posted on 25-09-2009
0
ข้อดี
สามารถประมวลผลได้เร็ว เรียกดูข้อมูลได้ทันที โดยไม่ต้องรีเฟรชหน้านั้นๆ
ขนาดการรับส่งข้อมูล
เทคนิคเอแจ็กซ์นั้นสามารถสร้าง HTML ได้ในเครื่องผู้ใช้ ทำให้ขนาดข้อมูลนั้นเล็กลงในครั้งต่อๆไป เพราะสามารถส่งเพียงข้อมูล และคำสั่งจาวาสคริปต์ลงมาเฉพาะส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง แทนที่จะต้องส่งข้อมูลใหม่หมดมาทั้งหน้า. ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบของเว็บแอปพลิเคชันนั้นๆ
ความรวดเร็วในการตอบสนอง
เนื่องจากการใช้เทคนิค เอแจ็กซ์นั้นทำให้การเปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่นการแก้ไข เพิ่มเติม ลบทิ้งรายการข้อมูล หรือการดึงข้อมูลที่ต้องการจะค้นหานั้น สามารถทำได้ในฉากหลัง ทำให้ผู้ใช้รู้สึกการตอบสนองนั้น คล้ายคลึงกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มากกว่าเว็บปกติที่ต้องรอโหลดใหม่ทั้งหน้าสำหรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
Posted by suthamas | Posted in Opensource | Posted on 24-09-2009
0
การติดตั้ง Joomla!
Joomla! เป็น CMS ยอดนิยม อีกตัวหนึ่ง ที่คนทำเว็บทั่วโลกเลือกใช้กัน ด้วยอินเตอร์เฟสผู้ใช้งาน (GUI) ที่เป็นมิตร บวกกับความสามารถที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย ทำให้ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี ความนิยมใน Joomla! ก็แซงหน้ารุ่นพี่อย่าง Mambo ไปอย่างง่ายดาย นอกจากนี้ Joomla! ยังมี Template หรูหราให้ดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรีๆอีกไม่น้อย ลองไปเลือกดูที่ joomla.org
ขั้นตอนการติดตั้ง Joomla! ก็ง่ายเช่นเดียวกับ CMS ตัวอื่นๆ ดังนี้
1. ดาวน์โหลด Joomla! เวอร์ชั่นล่าสุดได้ที่ joomla.org หรือถ้าอยากใช้ Joomla! สายพันธุ์ไทย ก็ไปที่ จูมล่าลายไทย และ จูมล่าสยาม
2. unpack แล้วก็อัพโหลดไฟล์ทั้งหมดขึ้นโฮสต์ จากนั้นก็สร้างดาต้าเบส ดูวิธีสร้างดาต้าเบสแบบง่ายๆสำหรับ ohweb free host ได้ที่ vista-panel/create-database
3. เสร็จแล้วก็ไปที่ URL หรือชื่อเว็บไซต์ของคุณ และ path ที่คุณอัพโหลดไฟล์ไว้ เช่น http://yoursite.ohweb.info/่joomla/ เปลี่ยน yoursite เป็นชื่อเว็บของคุณ) คุณก็จะเจอหน้าต้อนรับจาก Joomla! ก็เลือกติดตั้งภาษาไทยได้เลย
4. Joomla! จะตรวจสอบก่อนการติดตั้ง เพื่อดูว่าโฮสรองรับความต้องการของมันได้หรือไม่ ถ้าเป็นสีเขียวหมด ก็ผ่าน ถ้าเจอสีแดงตรงไหนก็ให้แก้
5. หน้าต่อมาคือ ประกาศลิขสิทธิ์แบบ GNU/GPL ของ Joomla! หรือ Open Source Software ที่เราสามารถนำไปใช้งานได้ฟรีนั้นเอง
6. แล้วก็มาตั้งค่าพื้นฐานเกี่ยวกับดาต้าเบส สำหรับข้อมูลดาต้าเบสของคุณใน ohweb free host ดูได้ใน vista panel
7. ส่วนการตั้งค่าระบบ FTP ไม่แนะนำให้ใช้ ถ้าคุณไม่สามารถสร้างแอคเคานต์ผู้ใช้งาน FTP ได้หลายแอคเคานต์ เช่นใน ohweb free host
8. ตั้งชื่อเว็บไซต์ Joomla! ของคุณ พร้อมกับกรอก อีเมลแอดเดรสและรหัสผ่านของแอดมิน
9. ถ้าต้องการติดตั้งข้อมูลเว็บไซต์ไว้ดูเป็นตัวอย่างด้วย ก็ให้คลิ๊กเลือก ติดตั้งข้อมูลตัวอย่าง
10. เมื่อการติดตั้งเสร็จสิ้น ก็จะปรากฏคำเตือนให้ ลบหรือเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ installation เพื่อความปลอดภัยจากการติดตั้งซ้ำซ้อน
11. จากนั้นก็ล็อกอิน ได้เลย username คือ admin และ password ที่คุณตั้งไว้เองก่อนหน้า