Featured Post

ทำเว็บสวย ด้วยตัวเอง

ใครที่ต้องการมีเว็บไซต์ แต่ไม่ถนัดด้านการออกแบบ หรือ การเขียนโปรแกรม เว็บไซต์สำเร็จรูปช่วยคุณได้ เว็บสำเร็จรูปในปัจจุบันนี้...

อ่านต่อ

ไมโครซอฟท์ยืนยัน เปิดให้่ดาวน์โหลด Windows 7 RTM ในวันที่ 6 สิงหาคมนี้

Posted by admin | Posted in Operating System | Posted on 27-07-2009

0

Windows 7
ล่าสุดวันนี้ (21 ก.ค ในอเมริกา ตรงกับ 22 ก.ค ในประเทศไทย) ไมโครซอฟท์ได้ทำการเปิดเผยถึงช่องทางการดาวน์โหลด Windows 7 RTM ของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ยังคงไม่เปิดเผยถึงวันที่จะออกเวอร์ชัน RTM และหมายเลข Build ของเวอร์ชัน RTM แต่อย่างใด (บางเว็บไซต์บอกว่าเป็น Build 7600 แต่มีบางเว็บไซต์บอกว่าเป็น Build 7700)

ช่องทางการดาวน์โหลด Windows 7 RTM
ช่องทางการดาวน์โหลด Windows 7 RTM นั้น จะขึ้นอยู่กับสถานะของผู้ใช้ โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มดังนี้
• สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ
สำหรับลูกค้าแบบ Volume License (VL) ซึ่งมีไลเซนส์แบบ Software Assurance (SA) จะสามารถดาวน์โหลด Windows 7 RTM ในภาษาอังกฤษ ผ่านทาง Volume License Service Center (VLSC) ในวันที่ 7 สิงหาคม และหลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์จึงจะสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันในภาษาอื่นๆ

สำหรับลูกค้าแบบ Volume License (VL) ที่ไม่มีไลเซนส์แบบ Software Assurance (SA) จะสามารถดาวน์โหลด Windows 7 RTM ในภาษาอังกฤษ ผ่านทาง Volume Licensing ในวันที่ 1 กันยายน

• สำหรับผู้ที่ทำงานด้าน IT
สำหรับผู้ที่ทำงานด้าน IT ที่เป็นสมาชิก TechNet จะสามารถดาวน์โหลด Windows 7 RTM ในภาษาอังกฤษ ในวันที่ 6 สิงหาคม และจะสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันในภาษาอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป

สำหรับชาว IT Professionals ที่บริษัทมีการซื้อ Volume Licensing ให้ดูรายละเอียดด้านบน

• สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์
สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developers) ที่เป็นสมาชิก MSDN จะสามารถดาวน์โหลด Windows 7 RTM ในภาษาอังกฤษ ในวันที่ 6 สิงหาคม และจะสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันในภาษาอื่นๆ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป

• สำหรับลูกค้าทั่วไป
สำหรับลูกค้าทั่วไป (Consumers) นั้นสามารถซื้อ Windows 7 จากร้านค้าปลีกได้ตั้งแต่วันเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 22 ตุลาคม 2552 สำหรับเครื่องพีซีใหม่ซึ่งผลิตโดย OEMs จะเริ่มออกวางจำหน่ายพร้อม Windows 7 ในวันดังกล่าวด้วย

สำหรับลูกค้าที่ได้ทำการสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าจะได้รับ Windows 7 ราวๆ ในวันที่ 22 ตุลาคม 2552 ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับตัวแทนจำหน่ายที่ซื้อ

• สำหรับกลุ่มอื่นๆ
สำหรับผู้สนใจใช้งาน Windows 7 แต่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มใดๆ ที่กล่าวมาด้านบนนั้น จะต้องรอจนกว่าจะมีการออก Windows 7 แบบ General Availability (GA) ในวันที่ 22 ตุลาคม 2552 นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์มีแผนที่จะออก Windows 7 Professional เวอร์ชันทดลองใช้งาน (Evaluation) สำหรับผู้สนใจช่วงหลังจากการออกเวอร์ชัน RTM โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ Springboard Series

รู้จัก Windows 7 RTM
Windows 7 RTM หรือ Release To Manufacturing นั้นคือ Windows 7 เวอร์ชันเสร็จสมบูรณ์ ที่ไมโครซอฟท์ออกให้แก่พาร์ตเนอร์หรือ OEM ในทางเทคนิคนั้น เวอร์ชัน RTM จะเหมือนกับเวอร์ชัน General Availability (GA) หรือ Final version ซึ่งเป็นเวอร์ชันสำหรับวางจำหน่ายตามร้านค้าทุกประการ

• ที่มา: TWA BLOG

LAMP กับ WAMP ต่างกันยังไง

Posted by admin | Posted in Database, Operating System, Web Hosting | Posted on 22-07-2009

0

เรื่องของ LAMP กับ WAMP ต่างกันยังไง

หลายคนคงเคยได้ยินแต่ชื่อ appserve ซึ่งจริงๆแล้วก็คือ WAMP ซึ่งเป็นการรวมชุดของ software ต่างๆ เข้าด้วยกันดังต่อไปนี้
W = Windows
A = Apache
M = Mysql
P = PHP (อาจจะรวมถึง Perl และ Python)

ผู้พัฒนา WAMP www.wampserver.com

แล้ว LAMP คืออะไร LAMP คือการรวมชุดของ software ต่างๆ เข้าด้วยกันดังต่อไปนี้
L = Linux
A = Apache
M = Mysql
P = PHP (อาจจะรวมถึง Perl และ Python)

ความต่างกัน ของ LAMP กับ WAMP ก็คือ การทำงานบน OS ที่แตกต่างกันนั่นเอง

.Net Ajax กับความยุ่งยากใน Windows 2008 Server

Posted by admin | Posted in Ajax, Operating System | Posted on 06-07-2009

1

เนื่องด้วยใน Windows 2008 ได้ทำการลง .net framework เวอร์ชั่น 3.5 ทำให้ไม่สามารถใช้งาน .Net Ajax เวอร์ชั่น 1 ได้ เพราะไม่ได้ลง ASP.NET AJAX 1.0 components ไว้

ซึ่งจะเกิด error

Could not load file or assembly ‘System.Web.Extensions, Version=1.0.61025.0, Culture=neutral, PublicKeyToken=31bf3856ad364e35′ or one of its dependencies. The system cannot find the file specified.

เป็นต้น

การแก้ปัญหานี้สามารถทำได้โดยการนำ ASP.NET AJAX 1.0 assemblies ใส่ไว้ใน  file system folder แล้วทำการ added a reference เข้าไปในโปรเจค

ajax-error

Windows 7 มีอะไรใหม่?

Posted by admin | Posted in Operating System | Posted on 05-07-2009

0

Windows 7 มีอะไรใหม่?

Windows 7 ในแรกเริ่มเดิมที่มีชื่อหรือรหัสในการพัฒนาว่า แบล็กโคมบ์ (Blackcomb) ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นเวียนนา (Vienna) โดย Windows 7 ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นกับ Vista ที่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร Windows 7 จะใช้ทรัพยากรของเครื่องที่น้อยกว่า Windows Vista ทำให้ความเร็วในการทำงานโดยรวมนั้นเร็วกว่า Windows Vista มีการพัฒนาให้สามารถใช้งานได้ง่ายมากขึ้น พร้อมกับระบบจอภาพสัมผัส ระบบจดจำลายนิ้วมือ, DirectX 11 สำหรับกราฟิกและการเล่นเกม
หลายคนอาจสงสัยว่า ใน Windows 7 จะมีอะไรที่ใหม่กว่า Windows Vista หรือ Windows XP ในที่นี้จะขอแบ่งส่วนต่างๆ ของ Windows 7 เป็น 3 ส่วน ดังนี้

  1. ส่วนที่เป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นแกนหลักของระบบปฏิบัติการที่ทำให้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สามารถทำงานร่วมกันได้
  2. ระบบติดต่อกับผู้ใช้ หรือ Use Interface
  3. โปรแกรมต่างๆ ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งเพิ่ม

สำหรับส่วนแรกนั้น Windows 7 พัฒนาต่อยอดมาจาก Windows Vista ทำให้ในส่วนของแกนหลักของระบบปฏิบัติการแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากมายนัก (จนหลายๆ คนวิจารณ์ว่าไม่มีอะไรที่เป็นสิ่งแปลกใหม่) ไม่ว่าจะเป็น ระบบเอฟเฟ็กต์ Aero ไดรเวอร์ต่างๆ รวมไปถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่เรียกว่า Use Account Control ที่ปรับปรุงให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ช่วยให้สามารถใช้งานโปรแกรมต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยโดยสามารถกำหนดระดับการเตือนได้ โดยไม่มีการเตือนที่น่ารำคาญเหมือนกับ Windows Vista

ด้านประสิทธิภาพในการทำงาน Windows 7 ใช้ทรัพยากรที่น้อยกว่า Windows Vista โดยหน่วยความจำขั้นต่ำ ใช้เพียง 1 กิกะไบต์ ในขณะที่ Windows Vista ใช้อย่างน้อย 2 กิกะไบต์ (แต่แนะนำให้ใช้จริงๆ 4 กิกะไบต์) โดยสังเกตได้ว่า Windows 7 จะใช้ทรัพยากรระบบน้อยลง และมีประสิทธิภาพในการทำงานเร็วกว่าทั้ง Windows Vista และ XP ประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์

ส่วนของระบบติดต่อกับผู้ใช้ มีการเปลี่ยนแปลงให้ดีกว่าที่มีใน Windows Vista (ผู้ใช้งาน Windows XP ก็สามารถใช้งานได้ไม่ยาก) โดยจะมีการปรับปรุงการใช้งานทาสก์บาร์ที่ดีขึ้น โดดยจะจัดไอเท็มที่คล้ายกันและมีความสัมพันธ์เข้าด้วยกัน เพื่อประหยัดพื้นที่ในการใช้งาน สามารถลากไอเท็มที่ต้องการไปวางบนไอเท็มที่รวมกลุ่มกัน และสามารถพรีวิวดูคอนเทนต์เมื่อวางพอยน์เตอร์เหนือไอคอนบนทาสก์บาร์ได้ด้วย รวมไปถึงคุณสมบัติ Aero Peek, System Tray, Jump List (จะกล่าวรายละเอียดต่อไปในภายหลัง)

Gadget ที่ปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องวางไว้บน Sidebar เหมือนใน Windows Vista ผู้ใช้สามารถวางไว้ในที่ใดก็ได้บนเดสก์ทอป และจะมีปุ่ม show desktop ที่จะแสดงเดสก์ทอปทั้งหมดและคอลเล็กชั่น Gadget ของคุณโดยไม่ต้องมินิไมซ์หน้าต่างไหนลงทาสก์บาร์ รวมทั้งการปรับปรุงด้านการประหยัดพลังงาน ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับแบตเตอรี่ได้ยาวนานขึ้น

และสุดท้าย โปรแกรมที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการนั้น จะมีการจัดกลุ่มให้สามารถใช้งานได้สะดวกมากขึ้น เช่น Windows Live Essential จะประกอบด้วยโปรแกรม Windows Photo Gallery, Windows Movie Maker, Windows Mail, Windows Calendar เป็นต้น

ทาสก์บาร์แบบใหม่ ที่รวม Quick Launch ไว้ด้วยกัน สามารถทำงานได้สะดวกมากขึ้น เมื่อนำพอยน์เตอร์ไปวางที่ไอคอนของโปรแกรมจะมีพรีวิวแสดงหน้าต่างแบบเต็มจอภาพประกฎขึ้นมา

Windows 7 ในเอดิชั่นต่างๆ

Windows 7 จะมีอยู่ด้วยกัน 5 เอดิชั่น โดยแต่ละเอดิชั่นจะมีทั้งเวอร์ชั่น 32 บิตและ 64 บิตให้เลือกใช้

  1. Windows 7 Starter (สำหรับเครื่องใหม่เท่านั้น) โดยรุ่นนี้ จะเหมาะกับเครื่องใหม่ที่ไม่ได้ใช้งานอะไรมากนัก รวมไปถึงเน็ตบุ๊กต่างๆ และมีเวอร์ชั่น 32 บิตเท่านั้น มีคุณสมบัติทาสก์บาร์ปรับปรุงใหม่, Jump List, Windows Media Player, Backup and Restore, Action Center, Device Stage, Play To (สามารถเล่นเพลงไปยังเครื่องเสียงที่ตั้งไว้ที่อื่น) Fax and Scan, เกมพื้นฐานต่างๆ สิ่งที่ขาดหายไปในเวอร์ชั่นนี้ คือ Aero Glass, Aero desktop enhancements ต่างๆ , Windows Touch, Media Center, Live thumbnail previews, Home Group creation
  2. Windows 7 Home Premium เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป มีคุณสมบัติ Aero Glass, Aero Background, Windows Touch, Home Group creation, Media Center, DVD Playback and authoring, เกมพรีเมี่ยมต่างๆ, Mobility Center สิ่งที่ขาดหายไปในเวอร์ชั่นนี้ คือ Domain join (สนับสนุนการล็อกอินแบบมีโดเมน), Remote Desktop host, advanced backup, EFS, Office Folders
  3. Windows 7 Professional เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป มีคุณสมบัติ Domain join (สนับสนุนการล็อกอินแบบมีโดเมน), Remote Desktop host, location aware printing, EFS, Mobility Center, Presentation Mode, Office Folders สิ่งที่ขาดหายไปในเวอร์ชั่นนี้ คือ BitLocker, BitLocker To Go, AppLocker, Direct Access, Branche Cache, MUI language packs, บูตจาก VHD
  4. Windows 7 Enterprise เหมาะสำหรับผู้ใช้ในองค์กรที่ซื้อแบบ Volume-license มีคุณสมบัติ BitLocker, BitLocker To Go, AppLocker, Direct Access, Branche Cache, MUI language packs, boot from VHD, Virtualization สิ่งที่ขาดหายไปในเวอร์ชั่นนี้ คือ Retail licensing
  5. Windows 7 Ultimate เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ทั่วไป แต่จำกัดความสามารถในการใช้งาน มีคุณสมบัติ BitLocker, BitLocker To Go, AppLocker, Direct Access, Branche Cache, MUI language packs, boot from VHD สิ่งที่ขาดหายไปในเวอร์ชั่นนี้ คือ Volume licensing

อย่างไรก็ตาม Windows 7 จะมี Home Basic ที่อาจมีจำหน่ายในบางประเทศ เป็นเอดิชั่นที่ตัดคุณสมบัติบางส่วนออกไป เช่น Aero Glass, Live Thumbnail Previews, Internet Connection Sharing เป็นต้น

Windows เวอร์ชั่นต่างๆ

ปัจจุบัน ไมโครซอฟท์ได้พัฒนา Windows เวอร์ชั่นต่างๆ มาแล้ว 25 เวอร์ชั่น เราจะพาคุณไปรู้จักกันว่า มีเวอร์ชั่นอะไรบ้างออกเมื่อไรบ้าง ดังนี้

November 1985 Windows 1.01
November 1987 Windows 2.03
March 1989 Windows 2.11
May 1990 Windows 3.0
March 1992 Windows 3.1
October 1992 Windows For Workgroups 3.1
July 1993 Windows NT 3.1
December 1993 Windows For Workgroups 3.1
January 1994 Windows 3.2 (Chinese Only)
September 1994 Windows NT 3.5
May 1995 Windows NT 3.51
August 1995 Windows 95
July 1996 Windows NT 4.0
June 1998 Windows 98
May 1999 Windows 98 SE
February 2000 Windows 2000 NT
September 2000 Windows Me
October 2001 Windows XP
March 2003 Windows XP 64-bit Edition 2003
April 2003 Windows Server 2003
April 2005 Windows XP Professional x64 Edition
July 2006 Windows Fundamentals for Legacy PCs
January 2007 Windows Vista
July 2007 Windows Home Server
February 2008 Windows Server 2008



แหล่งที่มา: หนังสือรู้ก่อนเป็นก่อน Windows 7 โดย สยาม สงวนรัมย์



Advertise Here