Featured Post

ประโยชน์การทำ E-Commerce

Electronic Commerce หรือ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจที่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อขายสินค้าและบริหาร...

อ่านต่อ mas

องค์ประกอบในการสร้าง Website

Posted by suthamas | Posted in E-Commerce | Posted on 04-11-2009

0

 องค์ประกอบในการสร้าง Website ที่สามารถดำเนินธุรกิจได้จริงบนตลาด Internet จะต้องมีองค์ประกอบอย่างน้อย ดังนี้

  1. กำหนดกลุ่มผลิตภัณฑ์/บริการขององค์กรให้ชัดเจน (Grouping) 
  2. กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนว่า ต้องการให้กลุ่มเป้าหมายใด 
  3. กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนว่า ต้องการอะไรจากการลงทุนทำ Website 
  4. กำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด Online
  5. กำหนดโครงสร้างของ Website ให้ชัดเจน 
  6. กำหนดข้อมูลที่อยู่ภายใน Website ทั้งหมด (Site Concept & Contents) 
  7. กำหนดทิศทางและแนวทางการออกแบบของ Website 
  8. กำหนดโปรแกรมที่นำเข้ามาใช้สร้าง Website ให้ชัดเจน (Developer Tools)

ที่มา : ismed.or.th

เว็บไซต์ E-Commerce 5 รูปแบบ

Posted by suthamas | Posted in E-Commerce | Posted on 03-11-2009

0

รูปแบบของการทำเว็บไซต์ E-Commerce มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับความต้องการและรูปแบบในการทำ ของแต่ละเว็บว่าจะมีรูปแบบเป็นอย่างไร

1. การประกาศซื้อ-ขาย (E-Classified)

เป็น รูปแบบเว็บไซต์ E-Commerce ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจประกาศความต้องการ ซื้อ-ขาย สินค้าของตนได้ภายในเว็บไซต์ โดยเว็บไซต์จะทำหน้าที่เหมือนกระดานข่าวและตัวกลางในการแสดงข้อมูลสินค้า ต่างๆ

2. เว็บไซต์แคตตาล็อกสินค้าออนไลน์ (Online Catalog Web Site)

เป็นรูปแบบ จัดทำเว็บไซต์ E-Commerce ในรูปแบบแคตตาล็อกออนไลน์ ที่มีรูปภาพและรายละเอียด สินค้าพร้อมที่อยู่เบอร์โทรติดต่อ ไม่มีระบบการชำระเงินผ่านทางเว็บไซต์ หรือระบบช้อปปิ้งการ์ด (ตะกร้าสินค้าออนไลน์)

3. ร้านค้าออนไลน์ (E-Shop Web Site)

เป็นรูปแบบเว็บไซต์ E-Commerce สมบูรณ์แบบ ที่มีทั้งระบบการจัดการสินค้า ระบบตะกร้าสินค้า (Shopping Cart) ระบบการชำระเงิน รวมถึงการขนส่งสินค้า ครบสมบูรณ์แบบ ทำให้ผู้ซื้อสามารถสั่งซื้อสินค้าและทำการชำระเงินผ่านเว็บไซต์ได้ทันที

4.การประมูลสินค้า (Auction)

เป็นเว็บไซ ต์ E-Commerce ที่มีรูปแบบของการนำสินค้าไปประมูลขายกัน โดยจะเป็นการแข่งขันใน การเสนอราคาสินค้า หากผู้ใดเสนอราคาสินค้าได้สูงสุดในช่วงเวลาที่กำหนด ก็จะชนะการประมูลและสามารถซื้อสินค้าชิ้นนั้นไปได้ ด้วยราคาที่ได้กำหนดไว้

5.ตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Marketplace)

เป็นเว็บไซต์ E-Commerce ที่มีรูปแบบเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ โดยภายในเว็บไซต์จะมีการรวบรวมเว็บไซต์ของร้านค้าและบริษัทต่างๆ มากมาย โดยมีการแบ่งหมวดหมู่ของสินค้าเอาไว้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าไป ดูสินค้าภายในร้านค้าต่างๆ ภายในตลาดได้อย่างง่ายดายและสะดวก

ที่มา:pawoot.com

กลยุทธ์สำหรับการเปิดร้านค้าออนไลน์

Posted by suthamas | Posted in E-Commerce | Posted on 20-07-2009

0

กลยุทธ์ที่จำเป็นสำหรับการเปิดร้านออนไลน์

  1. สินค้าที่นำมาขายจะต้องมีความน่าสนใจ และมีจำนวนมากพอ เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาเลือกชมหรือเลือกซื้อสินค้า ภายในร้านค้าของเรารู้สึกเห็นถึงความหลายหลายของสินค้า และอยากเข้ามาที่ร้านค้าของเราอีก
  2. รายละเอียดสินค้าแต่ละอย่างจะต้องมีรายละเอียดที่ครบถ้วน ตรงตามความจริง ไม่มีสรรพคุณเกินจริง หรือเข้าข่ายหลอกลวง เป็นอันขาด
  3. สินค้าแต่ละอย่างมีอยู่จริง ซึ่งจะต้องพร้อมส่งให้ลูกค้าได้ในทันทีที่ลูกค้าสั่งซื้อและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว
  4. เรื่องการออกแบบ ในการออกแบบหน้าเว็บไซต์นั้นจะต้องดูดี น่าเชื่อถือ น่าสนใจ หาสินค้าแต่ละอย่างได้ง่าย และมีลูกเล่นที่ดี
  5. การประชาสัมพันธ์ร้านค้า จะต้องมีการประชาสัมพัธ์ที่ดี มีการส่งจดหมายข่าว(Newsletter) หรือโฆษณาผ่าน banner exchangeต่าง ๆ

สิ่งที่ควรมีสำหรับการเปิดร้านค้าออนไลน์

  1. หน้าร้าน และพื้นที่ของร้าน ยิ่งกว้างยิ่งดี (Shop Showing)
  2. ต้องมีตะกร้า เมื่อซื้อสินค้าและสามารถคำนวณเงินได้ ก่อนชำระเงินจริง (Shopping Cart)
  3. มีอีเมล์ตอบรับ เมื่อมีผู้สนใจสั่งซื้อสินค้า ควรส่งให้ทั้งลูกค้า และเจ้าของร้านทราบ ว่ามีการสั่งซื้อสินค้า (E-Mail response)
  4. สามารถรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต หลังจากเลือกซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้ว (Credit Card Acception)
  5. มีสถิติ และรายงาน เพื่อเห็นความก้าวหน้าของเว็บ (Statistic)
  6. มีเทมเพลตให้เลือกใช้เยอะ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของร้านสามารถเลือกออกแบบหน้าร้านได้ง่ายขึ้น (Template)
  7. มีการประชาสัมพันธ์ ร้านค้าของคุณ ซึ่งต้องตรงกลุ่มเป้าหมายและถึงกลุ่มลูกค้า (Advertising)

รูปแบบการทำธุรกิจออนไลน์ E-Commerce

Posted by suthamas | Posted in E-Commerce | Posted on 15-07-2009

0

E-Commerce
E-Commerce คือ การดำเนินธรุกิจการค้าหรือการซื้อขายบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เนต โดยผู้ซื้อ (Customer) สามารถทำการ  เลือกสินค้า คำนวนเงิน ตัดสินใจซื้อสินค้า โดยใช้วงเงินในบัตรเครดิต ได้โดยอัตโนมัติ ผู้ขาย (Business) สามารถนำเสนอสินค้า  ตรวจสอบวงเงินบัตรเครดิตของลูกค้า รับเงินชำระค่าสินค้า ตัดสินค้าจากคลังสินค้า และประสานงานไปยังผู้จัดส่งสินค้า  โดยอัตโนมัติ กระบวนการดังกล่าวจะดำเนินการเสร็จสิ้นบนระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต

ข้อดี
1.เปิดทำการค้าขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง
2.ทำการค้าขายได้ทั่วโลก
3.ใช้งบประมาณในการลงทุนน้อย
4.ตัดปัญหาด้านการเดินทาง
5.ง่ายต่อการประชาสัมพันธ์โดย สามารถประชาสัมพันธ์ได้ทั่วโลก

ข้อเสีย
1.ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ
2.ประเทศของผู้ซื้อและผู้ขายจำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับอย่างมีประสิทธิภาพ
3.การดำเนินการด้านภาษีต้องชัดเจน
4.ผู้ซื้อและผู้ขายจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานในเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต


ประเภทของ E-Commerce

1. การทำการค้าระหว่าง Customer (ผู้บริโภคหรือผู้ซื้อ) กับ Business (ผู้ทำการค้า) หรือ C2B เช่น ลูกค้าต้องการซื้อหนังสือกับร้านค้า

2. การทำการค้าระหว่าง Business (ผู้ทำการค้า)  กับ Business ( ผู้ทำการค้า) หรือ B2B เช่น ร้านขายหนังสือค้าต้องการสั่งซื้อหนังสือจากโรงพิมพ์

3. การทำการค้าระหว่าง Business ( ผู้ทำการค้า)  กับ Customer (ผู้บริโภคหรือผู้ซื้อ) หรือ B2C เช่น โรงพิมพ์ต้องการซื้อต้นฉบับจากผู้เขียน

4. การทำการค้าระหว่าง Customer (ผู้บริโภคหรือผู้ซื้อ)  กับ Customer (ผู้บริโภคหรือผู้ซื้อ) ด้วยกัน หรือ C2C เช่น ผู้บริโภคต้องการขายรถยนต์ของต้นเองให้กับผู้บริโภคที่สนใจต้องการซื้อรถยนต์

ประโยชน์การทำ E-Commerce

Posted by suthamas | Posted in E-Commerce | Posted on 14-07-2009

0

Electronic Commerce หรือ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจที่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อขายสินค้าและบริหาร การโฆษณาสินค้า การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

Online Marketing เป็นช่องทางในการดำเนินธุรกิจอีกช่องทางหนึ่ง ที่ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจาก Internet เป็นทั้งเครื่องมือทางการค้า เป็นช่องทางในการจำหน่าย และ เป็นช่องทางในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าได้อย่างกว้างขวาง เพราะฉะนั้น E-Commerce จึงเป็นตัวเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของเรา

เราจึงไม่ควรมองข้ามตลาดออนไลน์ หรือ E-Commerece ไปได้เลย เพราะสังคมออนไลน์เติบโตขึ้นทุกวัน การทำงานในรูปแบบ Work at Home ก็มีอัตราสูงขึ้น ซึ่งกลุ่มคนออนไลน์เหล่านี้ จะนิยมใช้บริการออนไลน์เป็นอย่างมาก เช่น การซื้อขายสินค้าและบริหาร การโฆษณาสินค้า การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์, chat, หาเพื่อน เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมของสังคมออนไลน์ในปัจจุบันนี้ สามารถเพิ่มโอกาสทำรายได้ให้แก่ผู้ทำ E-Commerce อย่างมากทีเดียว

สำหรับสินค้าที่นิยมนำมา ทำธระกิจประเภท E-Commerce ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่ผู้ซื้อรู้จักอยู่แล้ว ซึ่งลูกค้าเลือกซื้อได้จากทุกที่ เช่น หนังสือ, ของเล่น, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ดอกไม้, เครื่องประดับ, เพลง, video game, ซอฟต์แวร์ เป็นต้น

 

จุดเด่นของ E-Commerce คือ ประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่ม ประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยลดความสำคัญขององค์ประกอบของธุรกิจที่มองเห็นจับต้องได้ เช่นอาคารที่ทำการ ห้องจัดแสดงสินค้า (show room) คลังสินค้า พนักงานขายและพนักงานให้บริการต้อนรับลูกค้า เป็นต้น ดังนั้นข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์คือ ระยะทางและเวลาทำการแตกต่างกัน จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจอีกต่อไป

ถ้า การสร้างเว็บไซต์ E-Commerce  เพื่อทำเป็นร้านค้าออนไลน์ ที่แสดงสินค้า โดยลูกค้าสามารถเข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง และ ดำเนินการค้าขายได้อย่างอิสระทั่วโลก ซึ่งนับเป็นข้อดีอีกข้อของ การทำ E-Commerce

แต่ถ้าหากเราไม่อยากสร้างเว็บไซต์ E-Commerce ของตัวเอง ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก เราอาจจะใช้เว็บไซต์สำเร็จรูป ประเภท E-Commerce ช่วยสร้างร้านค้าออนไลน์ ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกในการทำเว็บไซต์ และ ทำให้สามารถเปิดร้านค้าออนไลน์ ได้อย่างรวดเร็ว

การเปิดร้านค้าออนไลน์ ประเภท E-Commerce เป็นการตลาดที่ลงทุนต่ำ และยังง่ายต่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ใช้บริการ Internet ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และ เวลาสำหรับผู้ซื้อกับผู้ขาย และ ไม่จำเป็นต้องเปิดร้านขายสินค้า ที่ต้องมีการจดทะเบียนต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากพอสมควร เพียงแค่มีสินค้า และ บริการให้กับลูกค้าเท่านั้น เราก็สามารถดำเนินธุระกิร E-Commerce ได้อย่างง่ายดาย

Advertise Here

ssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssss