Featured Post

SAP ทุ่ม 5,800 ล้านดอลล์ซื้อ Sy

ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ระบบงานสัญชาติเยอรมนีอย่างเอสเอพี (SAP) ตัดสินใจซื้อบริษัทไซเบส (Sybase Inc.) ด้วยมูลค่า 5.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ...

อ่านต่อ

กำหนดภาษาที่ใช้บนเว็บได้

Posted by suthamas | Posted in SEO, Web Hosting, ความรู้ทั่วไป | Posted on 20-05-2010

0

กำหนดภาษาที่ใช้บนเว็บได้

<meta http-equiv=content-type content=”text/html; charset=utf-8″>

แท็กนี้ มีประโยชน์คือ ช่วยปรับ internet explorer ให้แสดงอักษรภาษาไทย ได้ทันที

เนื่องจาก บางครั้งเมื่อ ผู้ใช้ browser อาจมีตัวอักษรหลายภาษา เช่น ญี่ปุ่น ฝรั่งเศษ ภาษาจีน ภาษาฯลฯ

หากเข้าเว็บเราซึ่งเป็นภาษาไทย อาจจะแสดงผลผิดไปเป็นภาษาอื่นได้ง่าย

ดังนั้น เพื่อไม่ต้องให้ผู้ใช้ encode หรือเปลี่ยนตัวอักษรหลายครั้ง ควรกำหนด Meta นี้ไว้ภายในแท็ก Head ด้วย ดังนี้

<head>

<meta http-equiv=content-type content=”text/html; charset= utf-8″>

</head>

google.co.th มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่

Posted by suthamas | Posted in ความรู้ทั่วไป | Posted on 18-05-2010

0

google.co.th มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ จำได้ว่าสมัยก่อนต้องเข้า google.com

google.co.th ได้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 2004/10/07 ค่ะ หลังจากนั้นก็เริ่มเปิดรับให้ผู้ใช้เข้ามาเป็น volunteer ในการแปลเป็นภาษาไทยค่ะ

ที่มา : guru.google.co.th

ล้ำสมัยกับเว็บใหม่หมดทั้งเครือใบหยก ด้วย Chaiyo Ready Web

Posted by suthamas | Posted in เว็บสำเร็จรูป | Posted on 17-05-2010

0

ไม่ใช่แค่สูง แต่ยังล้ำสมัยกับเว็บใหม่หมดทั้งเครือใบหยก ด้วย Chaiyo Ready Web

 

ถ้าจะพูดถึงโรงแรมที่สูงที่สุดในประเทศไทย ต้องนึกถึงโรงแรมใบหยกแน่นอน แต่ในช่วงภาวะวิกฤติการเมืองร้อน ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวอย่างโรงแรมใบหยกก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาต่อไป ทางโรงแรมใบหยก จึงตัดสินใจปรับปรุงเว็บไซต์และระบบจองห้องพักออนไลน์ของโรงแรมทั้งหมดในเครือใบหยก เพื่อสู้กับวิกฤตินี้

ซึ่งการปรับปรุงเว็บไซต์ของโรงแรมใบหยกในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ของโรงแรมในเครือใบหยกทั้ง 3 แต่ด้วยความมุ่งมั่นของคุณวรมนและทีมงานใบหยก ที่วางแผนจะรุกตลาดบนโลกออนไลน์จึงมองว่า เว็บไซต์จะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดการขยายตัวทางการตลาดให้กับใบหยกมากยิ่งขึ้น เพราะเว็บไซต์ของใบหยก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเข้าไปใช้งานได้ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น เว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ ยังทำให้ทางใบหยกตอบสนองลูกค้าได้ทั่วโลกเพราะเว็บไซต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่นี้ สามารถแสดงข้อมูลต่างๆ ได้ถึง 7 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, ไทย, จีน, ญี่ปุ่น, รัสเซีย, อารบิคและสเปน

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.chaiyoreadyweb.com/

SAP ทุ่ม 5,800 ล้านดอลล์ซื้อ Sybase หวังชน Oracle

Posted by suthamas | Posted in Database, ความรู้ทั่วไป | Posted on 13-05-2010

0

ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ระบบงานสัญชาติเยอรมนีอย่างเอสเอพี (SAP) ตัดสินใจซื้อบริษัทไซเบส (Sybase Inc.) ด้วยมูลค่า 5.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ นักวิเคราะห์มั่นใจ การทุ่มเงินซื้อไซเบสครั้งนี้จะนำไปสู่ศึกชนช้างระหว่างเอสเอพีกับยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลอย่างออราเคิล (Oracle) แน่นอน
       
       สื่ออเมริกันยกให้การซื้อไซเบสด้วยเงิน 5.8 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 1.92 แสนล้านบาทเป็นการประเดิมการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดของประธานบริหารร่วมหรือ co-CEO คนใหม่ของเอสเอพีนาม Bill McDermott และ Jim Hagemann Snabe ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากซีอีโอคนก่อน Leo Apotheker ลาตำแหน่งไป
       
       แม้จะถูกวิจารณ์ว่าการซื้อไซเบสจะทำให้เอสเอพีขาดสภาพคล่อง แต่นักวิเคราะห์ยอมรับว่าข่าวนี้จะทำให้ยักษ์ใหญ่อย่างออราเคิลหวั่นไหวแน่นอน โดยที่ผ่านมา แม้เอสเอพีจะไม่ได้เป็นคู่แข่งกับออราเคิลโดยตรง แต่ความเป็นเจ้าแห่งซอฟต์แวร์ระบบงานธุรกิจทำให้เอสเอพีพยายามสร้างซอฟต์แวร์เพื่อให้องค์กรธุรกิจสามารถจัดการข้อมูลมหาศาลได้ดียิ่งขึ้น ผลคือเนื้องานของเอสเอพีและออราเคิลมีส่วนทับกัน นำไปสู่การแข่งขันโดยอ้อมๆมาตลอด
       
       เท่ากับการซื้อไซเบส ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ฐานข้อมูล ย่อมทำให้เอสเอพีและออราเคิลเป็นคู่แข่งกันมากขึ้นกว่าเดิม
       
       นี่คือการทุ่มเงินซื้อกิจการบริษัทอื่นครั้งล่าสุดหลังเอสเอพีตัดสินใจซื้อบริษัทบิสิเนสออปเจ็กต์ (Business Objects) สัญชาติฝรั่งเศสในปี 2008 ด้วยมูลค่า 6.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยบริษัทดังกล่าวมีจุดเด่นที่การสร้างซอฟต์แวร์ระบบงานอัจริยะที่ทำให้บริษัทองค์กรสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ
       
       สำหรับไซเบส แม้ไซเบสจะเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลขนาดเล็กที่มีส่วนแบ่งการตลาดโลกเพียง 2-3% เมื่อเทียบกับออราเคิลที่มีส่วนแบ่งถึง 40% แต่เอสเอพีก็เชื่อว่าไซเบสจะเติมเต็มเทคโนโลยีฐานข้อมูลให้เอสเอพีสามารถเติบโตรวดเร็วในตลาดองค์กรธุรกิจได้แบบครบวงจร โดยเฉพาะเทคโนโลยีการใช้งานฐานข้อมูลแบบเคลื่อนที่บนอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟน ซึ่งไซเบสมีเทคโนโลยีที่จะทำให้พนักงานในองค์กรสามารถบริหารจัดการฐานข้อมูลบนอุปกรณ์พกพาได้ผ่านเครือข่ายข้อความ (messaging network) อยู่แล้ว ทำให้เอสเอพีมั่นใจว่าจะสามารถตอบความต้องการผู้ใช้โทรศัพท์มือถือโลกที่มีจำนวนกว่า 4 พันล้านคนได้
       
       McDermott ประธานบริหารร่วมของเอสเอพีการันตีว่าการซื้อกิจการครั้งนี้คือการเปลี่ยนเกมของทั้งลูกค้าเอสเอพีและไซเบส ซึ่งหลังการประกาศ มูลค่าหุ้นของไซเบสเพิ่มขึ้นถึง 35% ปิดที่ 56.14 เหรียญ ต่ำกว่าราคาหุ้น 65 เหรียญที่เอสเอพีเสนอซื้อ

ที่มา : managet.co.th

เอเชียซอฟท์จุดพลุ”@Key” ฮาร์ดแวร์ป้องกันแฮกรหัสออนไลน์

Posted by suthamas | Posted in ความรู้ทั่วไป | Posted on 06-05-2010

0

เอเชียซอฟท์เปิดตัว @Key อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยในการใช้บริการออนไลน์ เพิ่มรหัสผ่านชั้นที่สอง ป้องกันการแฮกข้อมูลจากแฮกเกอร์ เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าเกมออนไลน์ไทยและผู้ใช้บริการออนไลน์ในเครือข่ายเอเชียซอฟท์โดยเฉพาะ
       
       นายปราโมทย์ สุดจิตพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่นกล่าวว่าเอเชียซอฟท์เปิดตัวเทคโนโลยี @ Key เข้ามาให้บริการเป็นรายแรกและครั้งแรกในประเทศไทยซึ่งเป็นอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ที่ยอมรับในธุรกิจธนาคารชั้นนำทั่วโลกเนื่องจากบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยและการปกป้องข้อมูลของลูกค้าเป็นสำคัญ
       
       ”@Key จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าว่าจะได้รับความปลอดภัยอย่างสูงสุดทุกครั้งที่ใช้รหัสผ่านชั้นที่สองจาก @Key เชื่อว่าบริการนี้จะตอบโจทย์ความต้องการรักษาความปลอดภัยรหัสผ่านส่วนตัวของลูกค้าและเชื่อว่าลูกค้าจะต้องเห็นถึงประโยชน์ และเป็นที่นิยมแพร่หลายแก่ลูกค้าเกมออนไลน์ในระยะเวลาอันใกล้นี้”
       
       @Key คืออุปกรณ์สำหรับเพิ่มความปลอดภัยในการใช้บริการออนไลน์ เป็นการเพิ่มรหัสผ่านชั้นที่สอง ทำให้แฮกเกอร์ไม่สามารถเข้าระบบได้ โดยการนำรหัสผ่านแรกที่มีอยู่ผูกเข้ากับรหัสผ่านตัวที่สองที่ได้รับจาก @Key ทุกครั้งที่กดปุ่มรับรหัสผ่านจาก @Key จะได้รับรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (One Time Password) ซึ่งรหัสผ่านนี้จะเปลี่ยนแปลงภายในเวลาทุก 30วินาที ทำให้ผู้ใช้ต้องรีบใส่รหัสผ่านตามระยะเวลาที่กำหนด จึงมั่นใจว่ารหัสผ่านตัวใหม่นี้จะไม่มีใครแฮกไปได้

ที่มา : manager.co.th

อวสาน”ฟล็อปปี้ดิสก์” โซนี่ลั่นเลิกผลิตถาวร

Posted by suthamas | Posted in ความรู้ทั่วไป | Posted on 28-04-2010

0

อวสาน”ฟล็อปปี้ดิสก์” โซนี่ลั่นเลิกผลิตถาวร

นาทีนี้แม้การใช้งานแผ่นฟล็อปปี้ดิสก์หรือ floppy disk ขนาด 3.5 นิ้วจะน้อยมากอยู่แล้ว แต่การประกาศหยุดสายพานการผลิตอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่นของโซนี่ (Sony) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับกลายเป็นสัญญาณการอวสานของรูปแบบการเก็บข้อมูลบนแผ่นดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วที่เป็นรูปธรรมที่สุด
      
       รายงานจากสำนักข่าวซีเน็ตระบุว่า แม้โซนี่จะยกเลิกการผลิตแผ่นดิสก์เก็บข้อมูลหรือที่เรียกกันว่า ฟล็อปปี้ดิสก์ในสหรัฐฯมานานระยะหนึ่งแล้ว และเดินเครื่องผลิตหน่วยเก็บข้อมูลที่เป็นแฟลชเมมโมรี่อย่างเป็นล่ำเป็นสัน แต่ที่ผ่านมา โซนี่ก็ยังสามารถจำหน่ายฟล็อปปี้ดิสก์ไปได้ถึง 12 ล้านชิ้นต่อปี (ข้อมูลผลประกอบการปีการเงิน 2009 ที่ผ่านมา)
      
       ปัจจุบัน โซนี่คือเจ้าของส่วนแบ่งตลาด 70% ของตลาดฟล็อปปี้ดิสก์ขนาด 1.44MB ตัวเลขยอดขาย 12 ล้านชิ้นนั้นเป็นเลขที่ลดลงจากยอดขาย 47 ล้านแผ่นซึ่งโซนี่เคยทำได้เมื่อปีการเงิน 2002 โดยรายงานจากสื่อญี่ปุ่นระบุว่า โซนี่จะหยุดการขายฟล็อปปี้ดิสก์ ทั้งหมดในเดือนมีนาคม 2011

การตัดสินใจหยุดผลิตฟล็อปปี้ดิสก์ของโซนี่ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากโซนี่มีดีกรีเป็นผู้นำร่องชิมลางตลาดแผ่นดิสก์ 3.5 นิ้วเป็นรายแรกตั้งแต่ปี 1981 เพื่อทดแทนตลาดแผ่นดิสก์ขนาด 5.25 นิ้ว ตั้งแต่นั้นมา โซนี่ต้องยืนหยัดแข่งขันกับหน่วยเก็บข้อมูลที่มีขนาดเล็กและมีความจุมากกว่า เช่น ยูเอสบีไดร์ฟ (USB) รวมถึงมาตรฐานแผ่นซีดี (CD) ทั้งแบบที่เขียนทับได้และไม่ได้ รวมถึงดีวีดี (DVD) ซึ่งให้ความจุมหาศาล โดยทั้งหมดสามารถกินตลาดฟล็อปปี้ดิสก์ไปได้อย่างถล่มทลาย
      
       ส่วนสำคัญที่ทำให้ตลาดฟล็อปปี้ดิสก์จางหายไปจากโลกไอที คือการเลิกสนับสนุนรูปแบบการใช้งานหน่วยเก็บข้อมูลชนิดนี้ของผู้ผลิต คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยแอปเปิลเป็นรายแรกที่เลิกติดตั้งไดร์ฟอ่านเขียนฟล็อปปี้ดิสก์อย่างครบ วงจร ก่อนที่เดลล์ (Dell) จะเลิกรองรับฟล็อปปี้ดิสก์ตามมาในปี 2003 จนทำให้ผู้ผลิตรายอื่นๆตัดสินใจเดินตามในที่สุด

ที่มา : manager.co.th

พบไวรัสแฝงในโฆษณาบนกูเกิล-ยาฮู

Posted by suthamas | Posted in ความรู้ทั่วไป | Posted on 23-03-2010

0

บริษัทแอนตี้ไวรัสประกาศเตือนภัยชาวออนไลน์ให้ระวังซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายหรือมัลแวร์จากโฆษณาออนไลน์บนเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่อย่างยาฮู, สำนักข่าวฟ็อกซ์ และกูเกิล ซ้ำรอยเดิมที่โฆษณาออนไลน์บนเว็บไซต์ข่าวอย่างนิวยอร์กไทม์ส รวมถึงเว็บไซต์ชื่อดังอย่างเทคครันช์ เคยส่งมัลแวร์ให้ผู้อ่านมาก่อนหน้านี้
       
       ปัญหาโฆษณาออนไลน์กลายเป็นเครื่องมือส่งมัลแวร์นั้นถูกสื่อมวลชนอเมริกันตั้งชื่อให้ว่า malvertising นำคำว่ามัลแวร์มาประสมกับคำว่า advertising (แปลว่าโฆษณา) จุดนี้บริษัทแอนตี้ไวรัส “Avast Virus Labs” ระบุว่าเซิร์ฟเวอร์โฆษณาของยาฮูและกูเกิลนั้นติดไวรัสและจะนำส่งมัลแวร์สู่ผู้บริโภคโดยไม่ได้ตั้งใจ กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่คือผู้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โดยอาศัยช่องโหว่ในโปรแกรมอย่าง Adobe Reader, Java, QuickTime และ Flash
       
       รายงานระบุว่า คอมพิวเตอร์จะติดเชื้อทันทีที่โฆษณาถูกโหลดเข้าสู่โปรแกรมเบราว์เซอร์ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้กดคลิกใดๆ โดยจากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของลูกค้า Avast ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา พบว่ามัลแวร์มากกว่า 530,000 ตัวจากทั้งหมด 2.6 ล้านตัวนั้นถูกส่งมาจากแพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ Yield Manager ของยาฮู โดยมากกว่า 16,300 ตัวถูกส่งจากแพลตฟอร์ม DoubleClick ของกูเกิล
       
       ขณะนี้ทั้งยาฮูและกูเกิลต่างยอมรับว่ากำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และจะเร่งหาทางแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด โดยกูเกิลได้เปิดเว็บไซต์ http://anti-malvertising.com/tips-for-publishers เพื่อให้ความรู้แก่นักการตลาดแล้ว

ที่มา : manager.co.th

กูเกิล-อินเทล-โซนี่ ผนึกกำลังลุย GoogleTV

Posted by suthamas | Posted in ความรู้ทั่วไป | Posted on 22-03-2010

0

สื่ออเมริกันปูดข่าวรั่ว กูเกิลจับมืออินเทลลุยพัฒนาแพลตฟอร์ม Google TV บนผลิตภัณฑ์โซนี่ อ้างแหล่งข่าวนิรนามว่าแพลตฟอร์มนี้จะครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ทีวีโทรทัศน์ กล่องรับสัญญาณเซ็ตท็อปบ็อกซ์ (set-top box) รวมถึงเครื่องเล่นบลูเรย์ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโฆษณาของกูเกิลได้สบายขึ้นจากทีวีในห้องนั่งเล่น
       
       หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ระบุว่า กูเกิลนั้นได้ลงมือสร้างกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์รุ่นต้นแบบขึ้นมาแล้วในขณะนี้ ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) บนหน่วยประมวลผลอะตอม (Atom) จากอินเทล ภายในติดตั้งซอฟต์แวร์ Google TV ซึ่งจะทำให้ส่วนติดต่อผู้ใช้หรือ interface แบบใหม่ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้บริการออนไลน์นานาชนิดได้สะดวกยิ่งขึ้น เช่น การเสิร์ช หรือการชมวิดีโอบนยูทูบ (Youtube)
       
       ที่สำคัญ นิวยอร์กไทม์ย้ำว่า เว็บแอปพลิเคชันหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการบนเว็บไซต์ออนไลน์ เช่น เกม หรือโปรแกรมเครือข่ายสังคมอื่นๆ จะสามารถทำงานบนทีวีได้ทั้งหมด
       
       ไทมส์ระบุว่า โครงการเครื่องต้นแบบ Google TV นั้นเกิดขึ้นมานานหลายเดือนแล้วแต่ยังไม่มีการแถลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า ทั้งกูเกิล อินเทล และโซนี่ ยังดึงเอาผู้ผลิตอุปกรณ์ต่อพ่วงรายใหญ่อย่างลอจิเทค (Logitech) เพื่อพัฒนารีโมททีวีที่มีคีย์บอร์ดขนาดจิ๋วในตัวด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยยกระดับความสะดวกสบายของทีวีอินเทอร์เน็ตในอนาคต
       
       ปัจจุบัน ค่ายผู้ผลิตโทรทัศน์สีต่างเพิ่มคุณสมบัติการเล่นอินเทอร์เน็ตลงในโทรทัศน์สีจอบางแล้วในระดับค่อนข้างแพร่หลาย เนื่องจากค่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้มองเห็นโอกาสทางธุรกิจของทีวีติดอินเทอร์เน็ตทั้งสิ้น ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถต่อยอดบริการที่หลากหลายในอนาคตได้แบบไม่รู้จบ
       
       ข่าวรั่วเรื่องชื่อพันธมิตรของโครงการ Google TV นี้เป็นข่าวที่ต่อเนื่องจากรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นอล ที่ระบุว่ากูเกิลจะเริ่มทดสอบกับเครือข่ายสมาชิกเคเบิลทีวีของ Dish Network แล้ว เพื่อเป็นการปูทางไปสู่การทำดัชนีความนิยมรายการทีวีของผู้บริโภค ซึ่งเจอร์นอลได้อนุมานว่ากูเกิลจะหาทางทำธุรกิจโฆษณาบนทีวีติดอินเทอร์เน็ตด้วยบริการ Google TV Ads จากแพลตฟอร์ม Google TV นี้

ที่มา : manager.co.th

Twitter จะเลิกใช้ MySQL เปลี่ยนเป็น Cassandra เข้าสู่ยุคของ NoSQL?

Posted by suthamas | Posted in ความรู้ทั่วไป | Posted on 18-03-2010

0

Ryan King วิศวกรของ Twitter ให้สัมภาษณ์กับบล็อก MyNoSQL ว่า Twitter มีแผนจะเปลี่ยนจากฐานข้อมูล MySQL ไปใช้ Apache Casandra ในเร็วๆ นี้ ด้วยเหตุผลเรื่องการขยายตัวของข้อมูล

ตอนนี้ Twitter ใช้คลัสเตอร์ MySQL ที่ใช้ memcache เข้าช่วย แต่พบว่าต้องใช้คนดูแลรักษามาก แถมอัตราการส่งข้อมูลยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดขึ้นมาที่ 50 ล้านครั้งต่อวันแล้ว (ข่าวเก่า Twitter มีผู้ส่งข้อความกว่า 600 ครั้งต่อวินาที) เราอาจบอกได้ว่า Twitter โตขึ้นมาถึงระดับที่ relational database เริ่มรับไม่ไหว

ทางออกของ Twitter จึงคล้ายกับรุ่นพี่อย่างกูเกิล (MapReduce/BigTable) ยาฮู (Hadoop) หรือ Facebook ซึ่งเป็นคนทำ Cassandra ฐานข้อมูลแบบกระจายศูนย์ ภายหลังโอเพนซอร์สและยกให้อยู่ในการดูแลของโครงการ Apache แนวทางนี้มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “NoSQL” ซึ่งหมายถึงวิธีการเก็บข้อมูลแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่ relational database นั่นเอง

นอกจาก Twitter กับ Facebook แล้ว ลูกค้าของ Cassandra ยังมี Digg, Cisco, Rackspace

ที่มา : blognone.com

สรุปข้อมูลสถิติตัวเลขเกี่ยวกับ Internet ในปี 2009

Posted by suthamas | Posted in ความรู้ทั่วไป | Posted on 23-02-2010

0

สรุปข้อมูลสถิติตัวเลขเกี่ยวกับ Internet ในปี 2009
เรามาดูตัวเลขและสถิติที่น่าสนใจ เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตในปี 2009 ที่ผ่านมากันครับ มีหลายสถิติที่บ่งบอกถึงแนวโน้ม ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอินเตอร์เน็ต และการเติบโตย่างต่อเนื่องในสื่อออนไลน์ อาจะกลายเป็นช่องใหม่ๆ ในการทำตลาดและธุรกิจมาเริ่มต้นกับจำนวนเว็บไซต์กันก่อน

Websites 234 million
ตัวแรกพูดถึงจำนวน Websites ทั่วโลกที่ปัจจุบัน มีการรวบรวมจำนวนเว็บไซต์ ณ ปัจจุบันมีเว็บไซต์
ที่เปิดให้บริการเข้าถึงได้เป็นจำนวน 234 million – The number of websites as of December 2009.
เป็นเว็บไซต์ที่เกิดขึ้นใหม่ในปี 2009 เป็นจำนวน 47 million

 

187 Milion of Domain Names
จำนวนโดเมนทั้งสินรวมมากถึง 187 Milion โดเมน สถิติรวบรวมเมื่อ เดือนตุลาคม 2009 มีการเติบโตขึ้น 8%
ซึ่งแยกเป็น ดอท ต่างๆ ดังนี้
81.8 million – .COM domain names at the end of 2009.
12.3 million – .NET domain names at the end of 2009.
7.8 million – .ORG domain names at the end of 2009.
76.3 million – The number of country code top-level domains (e.g. .CN, .UK, .DE, etc.).



Advertise Here